รายละเอ ยดของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยมหามก ฎราชว ทยาล ย ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา ว ทยาเขตศร ล านช าง คณะศ กษาศาสตร หล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ตสาขาว ชาการบร หารการศ กษา หมวดท ๑ ข อม ลท วไป ๑. รห สและช อรายว ชา GS ๕๔๒๓ ส มมนาการบร หารการศ กษา (Seminar in Education Administration) ๒. จานวนหน วยก ต ๓(๒-๒-๐) ๓. หล กส ตรและประเภทของรายว ชา ศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ตสาขาว ชาการบร หารการศ กษา รายว ชาเล อก ๔. อาจารย ผ ร บผ ดชอบรายว ชา ดร.จ กรกฤษณ โพดาพล ๕. ภาคการศ กษา / ช นป ท เร ยน ภาคเร ยนท ๑ ช นป ท ๒ ๖. รายว ชาท ต องเร ยนมาก อน (pre-requisite) (ถ าม ) ไม ม ๗. รายว ชาท ต องเร ยนพร อมก น (co-requisites) (ถ าม ) ไม ม ๘. สถานท เร ยน ห อง ๓๒๒ อาคาร ๒ มหาว ทยาล ยมหามก ฎราชว ทยาล ย ว ทยาเขตศร ล านช าง ๙. ว นท จ ดทาหร อปร บปร งรายละเอ ยดของรายว ชาคร งล าส ด ว นท ๕ ม ถ นายน ๒๕๕๗
หมวดท ๒ จ ดม งหมายและว ตถ ประสงค ๑ มคอ. ๓ ๑. จ ดม งหมายของรายว ชา เพ อให น กศ กษาได จ ดประช มส มมนา การพ ฒนาท กษะการพ ด และเทคน คการนาเสนอต อท ประช มส มมนา ดาเน นการส มมนาเก ยวก บประเด นป ญหาทางการบร หารทางการศ กษา หล กและกระบวนการส มมนาเพ อการ เร ยนร และการแก ป ญหา เล อกห วข อหร อป ญหาทางการบร หารการศ กษาในการส มมนา การม ส วนร วมในการ แสดงความค ดเห นและการทางานเป นกล มในการเร ยนร และการแก ป ญหา ๒. ว ตถ ประสงค ในการพ ฒนา/ปร บปร งรายว ชา เป นรายว ชาท เน นเพ อให น กศ กษาได จ ดประช มส มมนา การพ ฒนาท กษะการพ ด และเทคน คการนาเสนอต อท ประช มส มมนา ดาเน นการส มมนาเก ยวก บประเด นป ญหาทางการบร หารทางการศ กษา หล กและกระบวนการส มมนา เพ อการเร ยนร และการแก ป ญหา เล อกห วข อหร อป ญหาทางการบร หารการศ กษาในการส มมนา การม ส วนร วมในการ แสดงความค ดเห นและการทางานเป นกล มในการเร ยนร และการแก ป ญหา หมวดท ๓ ล กษณะและการดาเน นการ ๑. คาอธ บายรายว ชา หล กจ ดประช มส มมนา การพ ฒนาท กษะการพ ด และเทคน คการนาเสนอต อท ประช มส มมนา ดาเน นการส มมนา เก ยวก บประเด นป ญหาทางการบร หารทางการศ กษา หล กและกระบวนการส มมนาเพ อการเร ยนร และการแก ป ญหา เล อก ห วข อหร อป ญหาทางการบร หารการศ กษาในการส มมนา การม ส วนร วมในการแสดงความค ดเห นและการทางานเป นกล ม ในการเร ยนร และการแก ป ญหา Meeting and seminar principle, speaking skill development, presentation technique, seminar on educational administration problems, principle and process in seminar for learning and problem solving, submission of educational administration topic in seminar, brain stroming participation and team working in learning and problem solving. ๒. จานวนช วโมงท ใช ต อภาคการศ กษา บรรยาย สอนเสร ม การฝ กปฏ บ ต /งานภาคสนาม/การ การศ กษาด วยตนเอง ฝ กงาน 48 ช วโมง - - 90 ช วโมง ๓. จานวนช วโมงต อส ปดาห ท อาจารย ให คาปร กษาและแนะนาทางว ชาการแก น กศ กษาเป นรายบ คคล ให คาปร กษาและแนะนาทางจดหมายอ เล กทรอน กส ไม จาก ดเวลา หมวดท ๔ การพ ฒนาผลการเร ยนร ของน กศ กษา การพ ฒนาผลการเร ยนร ในมาตรฐานผลการเร ยนร แต ละด านท ม งหว ง ซ งต องสอดคล องก บท ระบ ไว ในรายละเอ ยดของ หล กส ตร โดยมาตรฐานการเร ยนร แต ละด าน ให แสดงข อม ลต อไปน
๒ มคอ. ๓ ๑ สร ปส นๆ เก ยวก บความร หร อท กษะท รายว ชาม งหว งท จะพ ฒนาน กศ กษา ๒ คาอธ บายเก ยวก บว ธ การสอนท จะใช ในรายว ชาเพ อพ ฒนาความร หร อท กษะในข อ ๑ ๓ ว ธ การท จะใช ว ดและประเม นผลการเร ยนร ของน กศ กษาในรายว ชาน เพ อประเม นผลการเร ยนร ในมาตรฐานการเร ยนร แต ละด านท เก ยวข อง ๑. ค ณธรรม จร ยธรรม ๑.๑ ค ณธรรม จร ยธรรมท ต องพ ฒนา เป นค ณล กษณะจากการเร ยนร และปฏ บ ต ในรายว ชา เช น ความม ว ส ยท ศน ความรอบร ความเป ดเผยเป ดร บประสบการณ ความร เร มสร างสรรค ความม ปฏ ภาณไหวพร บ ความร บผ ดชอบ ความม ว น ย ความน าเช อถ อไว ใจได ความม พล งต นต วม ง ความสาเร จ ความเช อในศ กยภาพแห งตน ความม อารมณ ม นคง ความไวต อความร ส กของคนอ น เคารพในส ทธ และความเห น ของผ อ น การม ท ศนคต ในทางบวก และย ดม นในจรรยาบรรณทางว ชาการและทางว ชาช พ เป นต น ๑.๒ ว ธ การสอนท จะใช พ ฒนาการเร ยนร ๑.๓ ว ธ การประเม นผล ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) พฤต กรรมการม ส วนร วมในช นเร ยน ๒. ความร ๒.๑ ความร ท จะได ร บ 1. แนวค ดพ นฐานเก ยวก บการศ กษา ประว ต และแนวค ดท ม อ ทธ พลต อการศ กษาไทย 2. พระราชบ ญญ ต การศ กษาและแผนการศ กษาแห งชาต 3. คร และผ บร หารก บการพ ฒนาประเทศ องค กรว ชาช พและใบประกอบว ชาช พหล กส ตร 4. แนวค ดพ นฐานเก ยวก บการจ ดการเร ยนการสอน ป ญหาและแนวโน มการจ ดและบร หารการศ กษาของไทย ๒.๒ ว ธ การสอน ๒.๓ ว ธ การประเม นผล ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) พฤต กรรมการม ส วนร วมใน ช นเร ยน 5) การสอบปลายภาค ๓. ท กษะทางป ญญา ๓.๑ ท กษะทางป ญญาท ต องพ ฒนา
๓ มคอ. ๓ 1) สามารถว พากษ ว จารณ ว เคราะห ส งเคราะห องค ความร ในรายว ชาท สามารถนาไปส การบ รณาการก บองค ความร ท ม อย เด มและองค ความร ใหม ในรายว ชาท ส มพ นธ นาเสนอเป นองค ความร ใหม ข นได อย างสร างสรรค 2) สามารถนาเสนอภ ม ป ญญาท เป นผลจากการศ กษาค นคว าและอ างอ งอย างเป นระบบให เป นท ยอมร บเพ อการปฏ บ ต และการนาไปใช ในวงกว าง ๓.๒ ว ธ การสอน ๓.๓ ว ธ การประเม นผลท กษะทางป ญญาของน กศ กษา ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) พฤต กรรมการม ส วนร วมใน ช นเร ยน 5) การสอบปลายภาค ๔. ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ ๔.๑ ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบท ต องการพ ฒนา การม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยนการสอนก บกล มเพ อนและผ สอนท งกรณ การแสดงความเห นหร อการปฏ บ ต งาน ความ เป นม ตร ความเป นผ นาและเป นผ ตาม ความช วยเหล อเก อก ล และม ท ศนคต ในทางบวกต อกล มเพ อนและผ สอน ความ ร บผ ดชอบต อการพ ฒนาศ กยภาพตนเองและการเร ยนร ร วมก นเป นท ม ความร บผ ดชอบในเร องเวลาและเร องค ณภาพของ งานเพ อการเร ยนร ท งของตนเองและกล มเพ อน ๔.๒ ว ธ การสอน ๔.๓ ว ธ การประเม น ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) พฤต กรรมการม ส วนร วมใน ช นเร ยน ๕. ท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศ ๕.๑ ท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศท ต องพ ฒนา 1) สามารถใช สถ ต ประกอบการศ กษาค นคว า การนาเสนอรายงาน และการแสดงความเห นได อย างเป นระบบและเช อถ อได 2) สามารถใช ภาษาไทยและภาษาอ งกฤษเพ อการส อสารได อย างเหมาะสมและสอดคล องก บศาสตร ในสาขาว ชา 3) สามารถใช อ ปกรณ การส อสารสม ยใหม เพ อการต ดต อส อสารก บบ คคลต าง ๆ ได อย างรวดเร วและม ประส ทธ ผล 4) สามารถใช เทคโนโลย สารสนเทศให เป นประโยชน ต อการเร ยนร ในรายว ชาได อย างหลากหลายและได ผล ๕.๒ ว ธ การสอน
๔ มคอ. ๓ ๕.๓ ว ธ การประเม น ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) การม ส วนร วมในช นเร ยน หมวดท ๕ แผนการสอนและการประเม นผล ๑. แผนการสอน ส ปดาห ท ห วข อ/รายละเอ ยด จานวน* (ช วโมง) ก จกรรมการเร ยนการสอน และส อท ใช 1 ช แจง ทาความเข าใจ และตกลงในเง อนไขกต กาการเร ยน 3 เน นหล กการ Less us, More การสอน รวมท งมอบหมายงาน them ให เป น active 2 หล กจ ดประช มส มมนา 3 learning โดยมอบหมายงาน 3 หล กจ ดประช มส มมนา 3 เพ อศ กษาด วยตนเอง 4 กระบวนการส มมนาเพ อการเร ยนร 3 การศ กษาเป นกล ม และ 5 กระบวนการส มมนาเพ อการเร ยนร 3 ส บค นข อม ลอ างอ งเพ มเต ม 6 ประเด นป ญหาทางการบร หารทางการศ กษา 3 ในห วข อท จะศ กษาหร อท 7 ประเด นป ญหาทางการบร หารทางการศ กษา 3 กาหนด การนาเสนอผล 8 สร ปบทเร ยนและประเม นผล 3 การศ กษา การอภ ปราย 9 เล อกห วข อหร อป ญหาทางการบร หารการศ กษา 3 แสดงความเห น การ ว เคราะห ส งเคราะห การ 10 การแบ งงาน 3 ว พากษ ว จารณ และการ 11 การม ส วนร วมและการม ส วนร วม 3 สร ปผลการอภ ปรายร วมก น 12 การม ส วนร วมและการม ส วนร วม 3 โดยใช เอกสารประกอบการ 13 การนาเสนอ 3 สอน ตารา เทคโนโลย 14 การเป นว ทยากร 3 สารสนเทศ และอ นๆ 15 การอภ ปรายผล 3 16 สร ปบทเร ยนและประเม นผล 3 ผ สอน ดร. จ กรกฤษณ โพดาพล ๒. แผนการประเม นผลการเร ยนร ผลการเร ยนร * ว ธ การประเม น** ส ปดาห ท ประเม น ส ดส วนของการ ประเม น 1-4 ส งเกตความร บผ ดชอบและการเข าช นเร ยน ท กส ปดาห 10
๕ มคอ. ๓ 1-2-3-4-5 ตรวจสอบค ณภาพของผลงานการศ กษาด วยตนเองและ ท กส ปดาห 20 ข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 1-2-3-4-5 ส งเกตค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา ท กส ปดาห 20 1-2-3-4-5 ส งเกตพฤต กรรมการม ส วนร วมในช นเร ยน ท กส ปดาห 20 2-3-5 สอบปลายภาค ส ปดาห ส ดท าย 30 หมวดท ๖ ทร พยากรประกอบการเร ยนการสอน ๑. ตาราและเอกสารหล ก จ กรกฤษณ โพดาพล (2556). การส มมนาการบร หารการศ กษา. เลย: หล กส ตรศ กษาศาสตรมหาบ ณฑ ตสาขาว ชาการบร หาร การศ กษา คณะศ กษาสาสตร มหามก ฎราชว ทยาล ย (เอกสารประกอบการสอน) หมวดท ๗ การประเม นและปร บปร งการดาเน นการของรายว ชา ๑. กลย ทธ การประเม นประส ทธ ผลของรายว ชาโดยน กศ กษา น กศ กษาประเม นประส ทธ ภาพการสอนของอาจารย ตามกรอบการประเม นการจ ดการเร ยน การสอนท เน นผ เร ยนเป น สาค ญของ สมศ. เม อส นส ดการเร ยนรายว ชา ส ปดาห ส ดท ายของการเร ยน ๒. กลย ทธ การประเม นการสอน คณะกรรมการบร หารหล กส ตรร บผ ดชอบการนาผลประเม นการสอนของอาจารย โดยน กศ กษา และการประเม นตนเอง ของอาจารย มาพ จารณาและให ข อม ลแก อาจารย ผ สอน เพ อนาไปส การปร บปร งแก ไขการจ ดการเร ยนการสอนในรายว ชา ๓. การปร บปร งการสอน 1) กลไกการปร บปร งการสอน กาก บด แลโดยคณะกรรมการบร หารหล กส ตร ซ งม หน าท ในการนาผลการประเม นการ สอนโดยผ ม ส วนได ส วนเส ยมาพ จารณา สร ปข อม ลให อาจารย ผ สอนร บทราบ และนาผลไปพ จารณาในการปร บปร งแก ไข การจ ดการเร ยนการสอนในภาคการศ กษาต อๆไป 2) กลไกการสน บสน นการจ ดการเร ยนการสอน มหาว ทยาล ยและคณะม การจ ดการอบรมพ ฒนาอาจารย ด านการสอน เช นการจ ดเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นสาค ญ การสอนสอดแทรกค ณธรรม จร ยธรรม การสอนโดยใช ส อเทคโนโลย สารสนเทศ และการว จ ยในช นเร ยน เป นต น ซ งอาจารย สามารถพ ฒนาตนเองและ นาความร มาปร บปร งการสอนได ตลอดเวลา ๔. การทบทวนสอบมาตรฐานผลส มฤทธ รายว ชาของน กศ กษา 1) การทบทวนผลส มฤทธ ทางการเร ยน โดยเท ยบเค ยงก บเกณฑ หร อมาตรฐานการว ดและประเม นผลการเร ยนร ท กาหนด สาหร บรายว ชา 2) การพ จารณาระด บคะแนนท อาจารย ทาการประเม นผลและต ดเกรด ให เป นไปตามเกณฑ และมาตรฐาน ของมหาว ทยาล ย ดาเน นการในระด บคณะกรรมการบร หารหล กส ตร 3) การให โอกาสน กศ กษาในการตรวจสอบระด บ คะแนน หากเห นว าผลการประเม นอาจม ความผ ดพลาด รวมไปถ งการให น กศ กษาสามารถอ ทธรณ ผลการเร ยนหากเห นว า ไม ได ร บความเป นธรรมหร อม ข อผ ดพลาดในการประเม น ๕. การดาเน นการทบทวนและการวางแผนปร บปร งประส ทธ ผลของรายว ชา การนาผลการประเม นการสอนรายว ชา มาว เคราะห เพ อหาแนวทางการปร บปร งในรายว ชา โดยอาจม การปร บปร งเน อหา ให เหมาะสม การปร บปร งระยะเวลาท ใช ในการสอนแต ละห วข อ การปร บปร งก จกรรมการเร ยนการสอน และการ
๖ มคอ. ๓ ปร บปร งเกณฑ และว ธ การประเมนผลการเร ยนของน กศ กษา ท กรอบระยะเวลาเม อส นส ดการสอนรายว ชาในแต ละภาค การศ กษา